ประวัติความเป็นมาของกองบิน 4  

“เขาตาคลี เป็นที่ตั้งกำบังตน          หมั่นฝึกฝนลับเขี้ยวให้แหลมคม”
        … นี่คือท่อนหนึ่งของเพลงมาร์ชกองบิน 4 ประพันธ์โดย  
พันจ่าอากาศเอก ช่วง  สาลี  ซึ่งถือได้ว่าเป็นค่านิยมหลักของนักรบแดนจงอาง

เขาตาคลี

กำเนิดกองบิน 4

ประวัติกองบินน้อยที่ 4
 
      
                      ในสมัยปี พ.ศ.2484 เริ่มเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้ส่งกองทัพเข้าสู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยได้เคลื่อนกำลังทหารมุ่งหน้าในพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนเพื่อทำการรบรุกไปยังพม่าและมลายู โดยมีกองกำลังทหารญี่ปุ่นบางส่วนตั้งฐานทัพอยู่บริเวณใกล้หมู่บ้านหนองสีนวล ตำบลตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในขณะนั้นฝูงบินรบของญี่ปุ่นได้ขอใช้สนามบินกองบินน้อยที่ 2 ลพบุรีเป็นฐานปฏิบัติการ  กองทัพอากาศไม่เห็นด้วย แต่จะให้ความช่วยเหลือในการจัดหาสนามบินแห่งใหม่ให้ ซึ่ง พลอากาศเอก ฟื้น รณนภากาศ  ฤทธาคนี  เสนาธิการทหารอากาศ ได้สั่งการให้เรืออากาศโท จรรย์  จุลชาต นักบินประจำหมวดบิน 2 ฝูง 1 ของกองบินน้อยที่ 2 ลพบุรี จัดทีมสำรวจร่วมกับทหารญี่ปุ่น สำรวจพื้นที่ 2 แห่ง คือ สนามบินตาคลี และสนามบินหนองปลิง ในจังหวัดนครสวรรค์ 
  
                    ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.2486 คณะทีมสำรวจเห็นควรเลือกใช้พื้นที่สนามบินตาคลี ซึ่งเดิมปล่อยทิ้งร้างไว้เต็มไปด้วยพืชพรรณไม้ป่านานาชนิด บางแห่งทางราชการได้ใช้เป็นเรือนจำนักโทษ

มีหมู่บ้านของประชาชนอยู่ในพื้นที่ไม่มากนัก จึงได้รายงาน พลอากาศเอก ฟื้น  รณนภากาศ  ฤทธาคนี  เสนาธิการทหารอากาศ เพื่อขอใช้พื้นที่สนามบินตาคลีที่มีภูมิประเทศเกื้อกูลทางยุทธศาสตร์การทหาร มีแนวภูเขาขนานตามพื้นที่สนามบิน พร้อมที่จะจัดวางกำลังป้องกันการโจมตีทางอากาศและทางภาคพื้นได้อย่างดี นอกจากนั้นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ที่ตั้งสนามบินตาคลีมีเส้นทางคมนาคมไม่ห่างไกลจากดอนเมืองสามารถทำการขนส่งลำเลียงทางอากาศเชื่อมโยงทุกสนามบินได้อย่างรวดเร็ว การลำเลียงขนส่งตามเส้นทางคมนาคมภาคพื้นระหว่าง ชัยนาท – ตาคลี และตาคลี – กรุงเทพฯ การเดินทางตาม เส้นทางถนนสะดวกใช้เวลา ไม่มากนัก พลอากาศเอก ฟื้น  รณนภากาศ  ฤทธาคนี  เห็นชอบด้วย ดังนั้น กองทัพอากาศจึงได้จัดตั้งงบประมาณ และดำเนินการใช้กฎหมายเวนคืนที่ดินเพื่อเตรียมการสร้างสนามบินซึ่งในครั้งนั้นญี่ปุ่นได้ สนับสนุนงบประมาณในเรื่องนี้ด้วย 

                      ครั้นในปี พ.ศ.2486 ได้เริ่มลงมือสร้างสนามบินตาคลีในพื้นที่ด้านทิศตะวันตกของเขาตาคลี บริเวณหมู่บ้านดงพลับ ซึ่งทหารญี่ปุ่นเป็นผู้ออกแบบ โดยไทยได้ทำข้อตกลงเรื่องการใช้สนามบินกับกองทัพญี่ปุ่นและจ้างแรงงานไทยโดยได้ลงมือตัดต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก ปรับพื้นที่สร้างสนามบิน 2 เส้นทางวิ่งขึ้น-ลง สร้างหอบังคับการบิน ลานจอด เส้นทางขับเคลื่อน TAXIโรงเก็บซ่อมเครื่องบิน คลังที่ตั้งเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์สงคราม และเสบียงสัมภาระ น้ำมัน และอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้อื่น ๆ ส่วนพื้นที่บริเวณลานจอดเครื่องบินได้สร้างบังเกอร์มูลดิน BUNKER เป็นเขื่อนกำบังรูปตัวยู (U) ป้องกันการโจมตีทั้งภาคพื้นและอากาศ มีรากไม้ปะปนกับมูลดินเจริญเติบโตเป็นกอไผ่ปกคลุมพื้นที่บังเกอร์ลานจอดเครื่องบิน ทำให้รอดพ้นจากเครื่องบินตรวจการณ์ทางอากาศของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษได้เป็นอย่างดี การดำเนินการสร้างสนามบินตาคลีไม่แล้วเสร็จตามกำหนด ญี่ปุ่นจึงขอรับงานไปดำเนินการสร้างเองจนเสร็จเรียบร้อยเมื่อ 5 กันยายน พ.ศ.2487 ซึ่งทันเวลารองรับเครื่องบินรบของญี่ปุ่น ที่จะประจำการ ที่สนามบินกองบิน 4 ตาคลีในเวลาต่อมา ครั้นเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2488 สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงคราม สนามบินตาคลีและที่ดินทั้งหมดจึงตกอยู่ในความครอบครองดูแลของกองทัพอากาศ
 
                      เมื่อปี พ.ศ.2493 กองทัพอากาศมีความประสงค์จะให้กองบินน้อยที่ 4จากลพบุรีย้ายมาตั้งที่สนามบินตาคลีแห่งนี้เพื่อเตรียมเสริมศักยภาพในการใช้กำลังทางอากาศให้มีความพร้อมรบมากขึ้น จึงได้ให้เจ้าหน้าที่เดินทางมาสำรวจตรวจซ่อมสนามบิน  พอในปี พ.ศ.2496 ก็เริ่มทำการขนย้ายกองบินน้อยที่ 4 ลพบุรีมาประจำการที่สนามบินตาคลี โดยทำการย้ายเสร็จเรียบร้อยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2496ซึ่งได้ดำเนินการสร้างโรงเก็บเครื่องบิน อาคารห้องยุทธการนักบิน และอาคารถาวร หน่วยอากาศโยธิน กองกำลังป้องกันสนามบิน จัดตั้งศูนย์ข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม เส้นทางถนนในกองบิน สิ่งอำนวยความสะดวกน้ำประปา อาคารสวัสดิการ สโมสร โรงภาพยนตร์ เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการและครอบครัวกองบินน้อยที่ 4 ตาคลี ได้ทำการพัฒนาเรื่อยมาเพื่อให้เป็นกองบินรบสำคัญอีกแห่งหนึ่งของกองทัพอากาศโดยได้เร่งรัดปรับปรุงเส้นทางวิ่งขึ้น-ลงของสนามบินให้มีความกว้างและยาวออกไปเพื่อรองรับฝูงบิน F-8F (BEAR CAT) ซึ่งจะบรรจุที่ฝูงบินขับไล่ที่ 43 (ในขณะนั้นมีฝูงบินเดียว)

 

สนามบินตาคลีในอดีต 

 


บ.ข.15 (F-8F) (BEAR CAT)
 
 
                      กองบินน้อยที่ 4 ตาคลี ได้ใช้นามนี้มาตั้งแต่ 15 เมษายน 2479 ถึง 9 ธันวาคม 2506 ซึ่งในเวลาต่อมาทางราชการได้มีคำสั่งให้เปลี่ยนนามเป็น “กองบิน 4 ”  ตั้งแต่ 10 ธันวาคม 2506 เป็นต้นมาตราบถึงปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นวันสถาปนากองบิน 4 สืบต่อมา
 
                      ในช่วงสงครามเวียดนาม ระหว่างปี พ.ศ.2507 – 2516 และระหว่างปี พ.ศ.2517 – 2518 ประเทศไทยได้ให้การช่วยเหลือกองทัพสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ โดยจัดกองกำลังทหารเข้าร่วมสงครามและอำนวยความสะดวกให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ใช้สนามบินตาคลีเป็นฐานที่ตั้งวางกำลัง ครั้นเมื่อสงครามเวียดนามสิ้นสุดลงกองทัพสหรัฐฯ ได้ถอนกำลังออกจากประเทศไทยทั้งหมด 
 


กองบัญชาการของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ณ ฐานบินตาคลี 

อากาศยาน ณ สนามบินตาคลีในอดีต 
อากาศยาน ณ สนามบินตาคลีในอดีต 
 
 
 
เครื่องบิน F-86F                                                          เครื่องบิน A-37B

เครื่องบิน AC-47 (Spooky)                                      เครื่องบิน F-5E/F
 
                      ปัจจุบัน กองบิน 4 เป็นหนึ่งในกองบินรบหลักของกองทัพอากาศที่มีความสำคัญยิ่งต่อภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศของประเทศ มีเครื่องบินหลายแบบเข้าประจำการที่สามารถตอบสนองภารกิจตามยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการพัฒนาปรับปรุงขีดความสามารถในด้านต่าง ๆ ของกองบิน 4 เพื่อมุ่งสู่การเป็นกองบินที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Air Base)ทั้งในส่วนของอาคารสถานที่ต่าง ๆ เช่น อาคารศูนย์ปฏิบัติการร่วม (Joint Operation Center) เพื่อรองรับระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control) พัฒนาระบบเครือข่าย (Network)ภายในกองบิน การพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติ (Shooter) เช่น โครงการ F-16 MLU การพัฒนาระบบตรวจจับ (Sensor) เช่น บ.DA-42, อากาศยานไร้นักบิน (UAV) และระบบตรวจจับทางภาคพื้น ฯลฯ
 
 
อาคารศูนย์ปฏิบัติการร่วม (Joint Operation Center)
 
                      นอกจากนี้ กองบิน 4 ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและองค์การ (Human and Organization) ซึ่ง กองบิน 4 ได้มีการฝึกความพร้อมปฏิบัติการตามแนวความคิดNetwork Centric Operation (NCO) เป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพกำลังพลและแนวทางในการปฏิบัติภารกิจตลอดจนการทดสอบระบบส่งกำลังบำรุงต่าง ๆ รวมทั้งการสนับสนุนและบริการ (Support and Service) ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้มีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง กองบิน 4 ยังได้ตระหนักถึงการพัฒนาองค์กรและระบบงาน (Organization and Process) โดยกองบิน 4 ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาองค์ประกอบต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในสภาวะความเปลี่ยนแปลงที่มีองค์ความรู้ ระบบการปฏิบัติงาน และยุทโธปกรณ์ใหม่ ๆ 
 
                      กองบิน 4 ได้นำการจัดการความรู้ หรือ Knowledge Management (KM) มาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยในการแสวงหา จัดการ แบ่งปันองค์ความรู้ อีกทั้งขยายขอบเขตการเรียนรู้ของบุคลากรทำให้เกิดการปรับปรุงแก้ไข การพัฒนา และนวัตกรรมต่าง ๆ ตามมา ส่งผลให้การปฏิบัติภารกิจโดยรวมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีความรวดเร็วขึ้น โดยใช้ทรัพยากรน้อยลง ท้ายที่สุดจะทำให้กองบิน 4ก้าวสู่การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization: LO) อย่างยั่งยืนต่อไป ตอบสนองยุทธศาสตร์กองทัพอากาศและนโยบายผู้บัญชาการทหารอากาศ รวมทั้งวิสัยทัศน์ของกองบิน 4 ที่ต้องการเป็น
“กองบินที่ปฏิบัติภารกิจด้วยการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางอย่างมีประสิทธิภาพ” (An Effective Network Centric Air Base) 
 
                      อนึ่ง ที่ตั้ง กองบิน 4  เมื่อครั้งในอดีตลักษณะโดยทั่วไป สภาพเป็นป่าทึบ มีงูจงอางชุกชุม จึงได้รับการขนานนามโดยทั่วไปว่า “ดินแดนแห่งชาวจงอาง” หรือ “LAND OF THE KINGCOBRA” โดยปัจจุบัน กองบิน 4 ได้นำรูปงูจงอางมาเป็นสัญลักษณ์ประจำหน่วย ซึ่งหมายถึง ความมีอำนาจ พิษร้าย ความว่องไวประดุจงูฉก และมีความสง่างามดั่งพญางู
                      ปัจจุบัน กองบิน 4 มีพื้นที่รวม 16,910 ไร่ 1 งาน 34 ตารางวา โดยได้พัฒนามีความเจริญก้าวหน้าในทุกด้านขึ้นอย่างรวดเร็วตามลำดับ นับว่าเป็นกองบินรบ หลักที่มีความสำคัญต่อกองทัพอากาศและประเทศชาติเป็นอันมาก เนื่องจากตั้งอยู่ในจุดที่สำคัญต่อการป้องกันประเทศเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ เหมาะสมในทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธี 
 
 
                      กำลังทางอากาศของกองบิน 4ได้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่องและได้เป็นกำลังสำคัญในการปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติโดยขอยืนยันที่จะดำรงความมุ่งมั่นในภารกิจที่จะพิทักษ์รักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไว้ให้มั่นคงสถาพรตลอดไป ประวัติโดยสังเขป
 
- พ.ศ.2496  ย้ายกองบินน้อยที่ 4 ลพบุรี  มาประจำการที่สนามบินตาคลี 
- 10 ธันวาคม 2506   เปลี่ยนชื่อจาก “กองบินน้อยที่ 4 ” เป็น “กองบิน 4 ”  โดยถือเอาวันนี้เป็นวันสถาปนากองบิน 4 สืบต่อไป